ผู้เขียน หัวข้อ: 5 นิสัย น่ารัก เข้ากับเพื่อนใหม่ได้ฉลุย  (อ่าน 97 ครั้ง)

Sanimaka

  • Newbie
  • *
  • Thank You
  • -Given: 0
  • -Receive: 0
  • กระทู้: 2
    • ดูรายละเอียด
เวลาที่เพื่อนๆ เข้า โรงเรียน เข้ากลุ่ม เข้าชมรมใหม่ ก็ต้องเจอเพื่อนใหม่ มากหน้าหลายตา จะบอกให้ว่าพวกเพื่อนๆเหล่านี้แหละ จะเป็นกลุ่มเพื่อนที่ น่ารัก ของเราในอนาคต ที่สดใสต่อไป ^^ แต่หลายคนคงยังอายและไม่กล้าที่จะเริ่มทักทาย พูดคุย หรือ ทำตัวแบบไหนดี? ให้เข้ากับเพื่อนๆกลุ่มใหม่ได้ วันนี้ teen.mthai ก็มี?10นิสัย น่ารัก เข้ากับเพื่อนใหม่ได้ฉลุย มาบอกกันค่า

(1) ยิ้ม

ตื่นขึ้นมา… ให้ส่องกระจก ยิ้มให้ตัวเอง ก่อนคนอื่นจะยิ้มให้เรา หรือไม่ ควรฝึกยิ้มน้อย ๆ ให้ตัวเองทุกครั้งที่ส่องกระจก เพราะยิ้มเป็นคุณสมบัติแรกของคน น่ารัก
เวลาพบใคร… ให้สบตา ยิ้มหน่อย และควรเป็น “ยิ้มที่ไม่หวังยิ้มตอบแทน” เพราะวันนี้…อาจจะเป็นวันที่ไม่ค่อยดีสำหรับคนอื่น (bad day) ก็ได้ เช่น คนที่เรายิ้มให้อาจจะไม่ถูกหวย ปวดหัว หรือมีอาการวัยทองแฝงเร้นอยู่ภายใน ฯลฯ
ถ้าเขินที่จะยิ้ม… ให้ “แย้ม” หรือยิ้มนิด ๆ แทน
 
(2) ทักทาย

อาจารย์ ท่านแนะนำ ให้หัดกล่าว ‘hello (ฮัลโหล)’ หรือ ‘hi (ฮาย)’ เวลาทักท่านไม่ให้ “ทักแต่ปาก” ทว่า… ให้โบกไม้โบกมือ หรือพนักหน้าไปด้วย เพื่อแสดงความหนักแน่น
คนไทยหรือคนเอเชียมีวัฒนธรรมที่ต่างจากฝรั่ง ไม่กล่าวฮัลโหลก็ไม่เป็นไร ขอให้ทักทายอะไรคนอื่นก่อนสักอย่าง ไหว้ก็ได้ ฮัลโหลก็ดี (ตามสมควร)
 
(3) ถามคนอื่นว่า “(เขาหรือเธอ) ทำอะไรอยู่เหรอ”

การถามแบบนี้ไม่ได้มุ่งหวังคำตอบ เพียงแต่ถามเพื่อทักทาย คล้าย ๆ กับที่คนไทยและชาวพม่าชอบถามว่า “สบายดีไหม” หรือคนจีนชอบถามว่า “กินข้าวแล้วยัง”
การยิ้มให้และไม่พูดอะไรเลยอาจ ทำให้อีกฝ่าย หนึ่งอึดอัดได้… การพูดแบบนี้เรียกว่า “การพูดละลายน้ำแข็ง (Break the ice. = การพูดเพื่อเปิดตัว รู้จักกัน ทักทายกัน หรือทำลายกำแพงของความเงียบและความไม่รู้จักกัน)
 
(4) เป็นนักฟังที่ดี

ไม่ว่าอีกฝ่ายจะร้ายหรือดีเพียงไร คน น่ารัก มักจะตั้งใจรับฟัง… ถ้าไม่อยากรับฟังนานเกินก็อาจ “ขอตัว” เช่น กล่าวว่า ขอตัวไปซื้อกับข้าว ฯลฯ
คน น่ารัก ส่วนใหญ่จะไม่พูดเรื่องที่ตัวเองสนใจมาก ทว่า… จะรับฟัง หรือเชิญอีกฝ่ายให้พูดเรื่องที่ (อีกฝ่าย) สนใจ และไม่ “ขัดคอ” ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ
 
(5) สุภาพอ่อนน้อม

อาจารย์ท่านแนะนำให้พูดคำต่อไป นี้บ่อย ๆ ได้แก่ ‘please = ได้โปรด กรุณา’ , ‘thank you = ขอบคุณ ขอบใจ’ , ‘You are welcome. = ยินดีต้อนรับ’ , ‘sir = ท่าน (ผู้ชาย)’ , ‘madam’ หรือ ‘ma’am = แมม / ท่าน (ผู้หญิง)’ , ‘Excuse me = ขอโทษ (เช่น เวลาขอทางเดิน ฯลฯ)’ , ‘sorry = เสียใจ (ใช้แทนคำขอโทษได้)’
คน น่ารัก มักจะมีลักษณะสำคัญได้แก่ ‘Be patient, observant and considerate’ ได้แก่ “อดทน ช่างสังเกต (ความรู้สึกของคนอื่น ไม่เฉยเมยต่อความรู้สึกของคนรอบข้าง) และมีน้ำใจ”

Sanimaka

  • Newbie
  • *
  • Thank You
  • -Given: 0
  • -Receive: 0
  • กระทู้: 2
    • ดูรายละเอียด
แนะนำแนวทางว่าทำอย่างไรแล้วเราถึงจะพูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วและไว ใน 2 สัปดาห์ ทางบริติช เคานซิล ก็เลยจัดให้โดยเตรียมบทความนี้มานำเสนอให้กับทางแฟนๆ งั้นเราไปดูกันว่าจะทำอย่างไรให้พูดภาษาอังกฤษได้แบบรัวๆ และไม่มั่วภายใน 2 สัปดาห์

1. อย่าไปเคร่งแกรมม่านัก
อาจจะฟังดูแล้วแปลกว่าทำไมไม่เคร่งแกรมม่าหรือหลักไวยากรณ์ งั้นเรามีอะไรให้คุณลอง งั้นภายใน 5 วินาทีจากนี้ คุณลองคิดว่าสำหรับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันที่คุณกำลังอ่านหนังสืออยู่และมีเพื่อนของคุณเดินเข้ามาในห้อง จะใช้แกรมม่าไหนในการพูดประโยคนี้... อ่าว งงกันเลยทีเดียว ว่าจะใช้ Present Simple / Present continuous อย่างไร  ช่ายนี่แหละถึงบอกว่าทำไมไม่ต้องไปเคร่งแกรมม่านักเพราะในหัวของคุณต้องไปคิดถึงแกร่มม่าก่อนเพื่อที่จะสร้างรูปประโยคให้ถูกต้อง แต่ในความเป็นจริง Native Speaker หรือเจ้าของภาษานั้นพูดออกมาโดยธรรมชาติโดยที่ไม่ได้นึกถึงหลักไวยากรณ์เลยสักนิด หรือคิดง่ายๆแค่ว่าตอนที่คุณพูดภาษาไทย คุณเรียงลำดับ ประธาน กริยา กรรม ก่อนหรือไม่ ดังนั้นการฝึกที่ดีคืออย่าไปกังวลเรื่องแกรมม่านัก

2) พยายามใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันมากเท่าที่จะทำได้
ยิ่งคุณได้ใช้ภาษาอังกฤษได้มากขึ้นเท่าไร ยิ่งทำให้คุณจำและนำไปใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้นเท่านั้น จะว่าไปแล้วก็คล้ายกับเมื่อคุณเริ่มขับรถ ก็มีกลัวบ้างว่าจะขับแล้วเครื่องดับ ไปชน หรือจอดแบบถอยหลังไม่ได้ แต่เมื่อยิ่งคุณฝึกมาก ฝึกจนคล่อง ฝึกบ่อยๆ แล้วการขับรถก็กลายเป็นเรื่องง่ายๆได้สำหรับคุณเลยทีเดียว สำหรับคนมีเวลาน้อยหรือยุ่งมากๆ เราขอแนะนำ tips ดีๆที่คุณสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ในชีวิตประจำวันดังนี้

ฟังภาษาอังกฤษในขณะที่คุณกำลังเดินทางเช่น ขับรถ อยู่บนรถไฟฟ้า
อ่านข่าวที่เป็นภาษาอังกฤษโดยเริ่มจากการอ่านในข่าวที่คุณสนใจเช่น ข่าวกีฬา ข่าวบันเทิง เป็นต้น
3) เรียนรู้และเปลี่ยนระบบความคิดให้เป็นภาษาอังกฤษ
ข้อนี้คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณพูดภาษาอังกฤษได้อย่างลื่น เพราะนั่นคือการเปลี่ยนระบบความคิดของคุณเลยทีเดียว ยกตัวอย่างเช่นหากเราต้องการจะพูดถึงการเตรียมตัวสอบจะใช้พูดว่าอย่างไรในภาษาอังกฤษ... อ้อ Examination Preparation นั่นเอง ยิ่งคุณฝึกเปลี่ยนระบบความคิดและทำบ่อยครั้งมากขึ้นเท่าไร ยิ่งจะทำให้คุณนั้นพัฒนาได้อย่างรวดเร็วมาขึ้นเท่านั้น

4) พูดกับตัวเองเป็นภาษาอังกฤษ
อาจจะฟังดูแล้วตลก แต่ก็ไม่มีใครได้ยินมันหนิเมื่อคุณพูดกับตัวเองและก็มีหลากหลายงานวิจัยที่พบว่าการพูดกับตัวเองในเรื่องที่ดี ในเรื่องที่มีความสุข ข้อมูลเหล่านั้นจะถูกส่งและฝังเข้าไปในระบบประสาทของคุณภายใน 21 วัน และนี่คือเครื่องมือที่จะช่วยคุณพัฒนาและสร้างความมั่นใจให้กับคุณ มันก็คล้ายกับการที่คุณยืนส่องกระจก แล้วบอกกับตัวเองว่าฉันทำได้นั่นแหละ

5) หาเจ้าของภาษาหรือ NATIVE ENGLISH SPEAKER มาเป็นคู่ซ้อมในการฝึกพูด
ดังคำกล่าวที่ว่า "Practise makes perfect" และวิธีที่ดีที่สุดในการเรียนภาษาอังกฤษก็คือการเรียนกับเจ้าของภาษาเลย เพราะเมื่อคุณได้ฝึกภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษาตัวจริงแบบสดๆ แล้วนั้นนอกจากสิ่งที่คุณจะได้ก็คือภาษาอังกฤษแล้วคุณยังจะได้ Accent และ  Pronunciation ที่เป็นธรรมชาติ และมากกว่านั้นก็คือการที่คุณจะได้เรียนรู้ถึงจังหวะที่คุณพูด หรือ pace to speak ซึ่งสำคัญพอๆกับ Accent และ Pronunciation เลยก็ว่าได้ และถ้าหากคุณได้อ่านข้อมูลนี้แล้วและกำลังนึกที่จะหาคอร์สเรียนที่จะมีทั้ง Native English Speaker ที่สอนสดๆ พร้อมช่วยแนะนำแนวทางให้คุณได้พัฒนาภาษอังกฤษได้อย่างถูกต้องแล้วหละก็ ที่บริติช เคานซิลและคอร์สเรียน myClass นั้นสามารถตอบโจทย์นั้นให้คุณได้แน่นอน พร้อมกันนี้คุณยังมี English Consultation ที่จะช่วยให้คุณสามารถปรึกษา พัฒนาจุดอ่อน ต่อยอดจุดแข็ง ทำให้คุณพูดคล่องพร้อมมั่นใจแบบไร้แกรมม่าในหัวได้แบบเร็ววัน

 

24 พ.ค. 2019
10:05
Today : 1444
Total : 5363652
เพื่อหลีกเลี่ยงการโดนลบกระทู้ ขอให้สมาชิกทุกท่าน โพสหรือตั้งกระทู้ให้ตรงตามหมวดหมู่ด้วยครับ
roomautoparts@hotmail.com | me
2014 Room Autoparts All Rights Reserved